วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552

ประวัติรักบี้ฟุตบอล




ประวัติรักบี้ฟุตบอล
รักบี้ฟุตบอลเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2366 ที่ประเทศอังกฤษ โดยนายวิลเลี่ยม เอบบ์ เอลลิสเป็นคนแรกที่เริ่มต้นขึ้นในขณะกำลังเล่นฟุตบอลที่โรงเรียนรักบี้ (Rugby School) เขาก้มลงหยิบลูกฟุตบอลและพาวิ่งไป อันเป็นทักษะเบื้องต้นที่ต่อมาได้นำไปปรับปรุงจนเป็นกีฬารักบี้ฟุตบอลในที่สุด

ประวัติรักบี้ฟุตบอลในประเทศไทย
- พ.ศ. 2478 มีทีมรักบี้ที่เป็นทางการคือทีม England, Scotland และ The Rest ซึ่งเป็นทีมของคนไทย
- พ.ศ. 2481 กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.) และเอกอัคราชทูตอังกฤษ ก่อตั้งสมาคมรักบี้ฟุตบอลที่ราชกรีฑาสโมสร
- พ.ศ. 2493 ได้รับให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์

รักบี้ฟุตบอล เป็นกีฬาที่ทรงคุณค่า สร้างการทำงานเป็นทีมความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความร่วมมือช่วยเหลือกัน ปลูกฝังความทรหดอดทน และสร้างจิตวิญญาณวิญญาณของความเป็นนักกีฬาโดยสมบูรณ์หนึ่งทีมประกอบด้วยผู้เล่น 15 คน หรือ 7 คน เล่นกันอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมภายใต้กติกาที่กำหนดและมีน้ำใจเป็นนักกีฬา โดยมีผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะต้องไม่ล้ำหน้า และสามารถเล่นได้โดยการถือลูกวิ่ง ส่งลูกไปข้างหลังเตะลุก จับคู่ต่อสู้ แย่งลูก เก็บลูก ทำสกรัม รักมอล แถวทุ่ม และนำลูกไปวางหรือกดในเขตประตูฝ่ายตรงข้าม เพื่อทำคะแนนให้ได้มากที่สุด ทีมที่ทำคะแนนได้มากกว่าจะเป็นทีมชนะการแข่งขันแบ่งเป็น 2 ครึ่ง แต่ละครึ่งไม่เกิน 40 นาที

กติกาการเล่นรักบี้

สนาม ( The Ground )
ขนาดสนาม
ก. สนามการเล่นไม่เกิน 100 เมตร กว้างไม่เกิน 70 เมตร ในเขตประตูยาวไม่เกิน 22 เมตร
ข. ความยาวและความกว้างของพื้นที่การเล่นดูได้จากแผนภูมิและต้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ค. พื้นที่ระหว่างเส้นประตูกับเส้นลูกตายต้องไม่น้อยกว่า 10 เมตร
เส้นสนาม
ก. เส้นทึบ ประกอบด้วย เส้นประตู เส้น 22 เมตร เส้นกึ่งกลางสนาม เส้นข้างสนาม
ข. เส้นประ ประกอบด้วย เส้น 10 เมตร เส้น 5 เมตร
รูปแบบของเสาและประตูและคาน
ก. เสาประตู กว้าง 5.6 เมตร
ข. คานถูกวางไว้ระหว่างเสาทั้งสองอยู่เหนือพื้น 3 เมตร
ค. ความสูงของเสาอย่างน้อย 3.4 เมตร จากคานขึ้นไป
ง. เบาะหุ้มเสาเมื่อติดกับเสาประตูแล้วต้องมีความหนาไม่เกิน 300 มิลลิเมตร

บอล ( The Ball )
รูปร่าง ของลูกบอลต้องเป็นรูปไข่ และทำดัวยวัตถุ 4 ชิ้นประกอบกัน
ขนาด ความยาว 280-300 มม. เส้นรอบวง (ด้านยาว) 760-790 มม. เส้นรอบวง (ด้านกว้าง) 580-620 มม.
วัสดุ เป็นหนังหรือวัสดุสังเคราะห์ที่มีลักษณะที่คล้ายหนังไม่ติดโคลนและง่ายต่อการจับ
น้ำหนัก 400-440 กรัม
วามดันลม 0.67-070 กก.ต่อ ลบ.ซม. หรือ 9 1/2 - 10 ปอนด์ต่อ ลบ.นิ้ว

จำนวนผู้เล่น ( Number Of Player - The Team )
ทีม ( team ) ทีมหนึ่งจะมีผู้เล่น 15 คน ซึ่งลงเล่นในสนามรวมทั้งผู้เล่นสำรองเพื่อเปลี่ยนตัว
การเปลี่ยนตัว เมื่อผู้เล่นเกิดบาดเจ็บจะถูกเปลี่ยนตัวโดยผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน
ผู้เล่นสำรอง คือผู้เล่นี่เปลี่ยนลงไปแทนผู้เล่นในสนามตามกติกา
จำนวนผู้เล่นในสนามมากที่สุด : ไม่เกิน 15 คน
เมื่อมีผู้เล่นน้อยกว่า 15 คน อนุญาติให้มีผู้เล่นน้อยกว่า 15 คนได้แต่จะต้องมีผู้เล่นในสกรัมไม่น้อยกว่า 5 คนตลอดเกม
การเปลี่ยนตัวถาวร ผู้เล่นที่บาดเจ็บสามารถเปลี่ยนผู้เล่นสำรองลงไปเล่นชั่วคราวได้แต่ถ้าเปลี่ยนตัวถาวรแล้วจะกลับลงไปเล่นอีกไม่ได้ การเปลี่ยนตัวชั่วคราวในกรณีผู้เล่นบาดเจ็บจะเปลี่ยนลงไปได้เมื่อเกิดลูกตาย และผู้ตัดสินอนุญาติ
การเปลี่ยนตัวชั่วคราว
ก. เมื่อผู้เล่นบาดเจ็บมีเลือดออก หรือมีแผลเป็นต้องออกมาปฐมพยาบาลกรณีนี้สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นลงไปเล่นชั่วคราวได้โดยไม่นับจำนวนครั้ง หรือผู้เล่นที่เปลี่ยนตัว
ข. ถ้าผู้เล่นที่เปลี่ยนลงไปชั่วคราวบาดเจ็บ ก็สามารถเปลี่ยนผู้เล่นได้อีก
ค. ถ้าผู้เล่นที่เปลี่ยนลงไปชั่วคราวทำผิดกติกาจนถูกให้ออกจากสนามผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนไม่สามารถกลับลงมาเล่นได้

เครื่องแต่งกาย ( Player''s Clothing )
เครื่องแต่งกายของผู้เล่น คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้เล่นสวมใส่ เสื้อ กางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในและถุงเท้า เครื่องแต่งกายเพิ่มเติมของผู้เล่น
ก.ผู้เล่นอาจจะสวมวัสดุที่ยิดหยุ่นและสามารถทำความสะอาดได้
ข.ผู้เล่นอาจจะสวมใส่เครื่องป้องกันหน้าแข้ง ภายในถุงเท้า
ค.ผู้เล่นอาจจะใส่สนับข้อเท้าภายในถุงเท้า ซึ่งไม่ยาวเกิน 1 ส่วน 3 ของความยาวของหน้าแข้ง
ง.ผู้เล่นอาจจะสวมถุงมือ ชนิดไม่มีนิ้ว
จ.ผู้เล่นอาจจะสวมที่รองไหล่ที่ทำด้วยวัสดุที่นุ่มและบาง ซึ่งอาจจะเน้นติดกับเสื้อ ซึ่งไม่หนาเกิน 1 ซม.
ฉ.ผู้เล่นอาจจะใส่ฟันยาง
ช.ผู้เล่นอาจจะสวมเครื่องป้องกันศรีษะ ที่ทำจากวัสดุนุ่มและบาง
ซ.ผู้เล่นอาจจะใช้ผ้าพันแผลเพื่อปิดแผลได้
ฌ.ผู้เล่นอาจจะพันผ้าเทปหรือวัสดุอื่น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บได้
ปุ่มรองเท้า
ก.ปุ่มรองเท้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน British Standard BS6366 1983 หรือมาตรฐานเทียบเท่า
ข.ปุ่มรองเท้าต้องเป็นรูปทรงกลม และติดแน่นที่พื้นรองเท้า
ค.ปุ่มของรองเท้าต้องมีขนาดดังนี้ ไม่ยาวเกิน 18 มม. วัดจากพื้น เส้นผ่าศูนย์กลางปลายปุ่มอย่างน้อย 10 มม.เส้นผ่าศูนย์กลางของฐานปุ่มอย่างน้อย 13 มม. เส้นผ่าศูนย์กลางของวงแหวนสวมเกลียวของปุ่มอย่างน้อย 20 มม
ง.พื้นรองเท้าที่มีหลายปุ่มใช้ได้ แต่ต้องไม่แหลม

เวลา ( Time )
เวลาของการแข่งขัน ( Duration of a Math )
ในการแข่งขันแต่ละแมทช์ จะต้องไม่เกิน 80 นาที บวกกับเวลาที่เสียไป เวลาพิเศษ และสถานการณ์พิเศษแต่ละแมทช์ จะแข่งเป็น 2 ครึ่ง แต่ละครึ่งไม่เกิน 40 นาที ในเวลาของการเล่น
ครึ่งเวลา ( Half Time )
หลังจากหมดครึ่งแรกแล้วจะเปลี่ยนข้าง มีเวลาพักไม่เกิน 10 นาที
เวลาพิเศษของการเล่น ( Playing extra Time )
ในการแข่งขันอาจจะใช้เวลามากกว่า 80 นาที ถ้าสมาคมได้กำหนดไว้ว่าเป็นเวลาพิเศษ ในการเล่นเสมอกัน ในการแข่งขันแบบแพ้คัดออก

รูปแบบการเล่น ( Mode Of Play )
โดยการเตะลูกที่วางบนพื้นสนามที่กึ่งกลางสนามไปให้ถึงเส้น 10 เมตรของฝ่ายตรงข้าม เมื่อเริ่มเล่นครึ่งเวลาแรก และครึ่งเวลาหลังเท่านั้นหลังจากเตะเริ่มเล่น ผู้เล่นที่อยู่ในสนามสามารถเล่นได้โดยการจับลูก วิ่งพร้อมลูก ส่งลูกเตะลูก ส่งลูกให้ผู้เล่นคนอื่น จับคู่ต่อสู้ แย่งลูก เก็บลูก ทำสกรัม รัค มอล แถวทุ่ม นำลูกไว้วางในเขตประตูฝ่ายตรงข้าม ซึ่งการเล่นจะต้องเป็นไปตามกติกาการแข่งขัน
เมื่อฝ่ายหนึ่งทำคะแนนได้ให้อีกฝ่ายหนึ่งมาเริ่มเล่นใหม่โดยการเตะลูกพร้อม (DROP KICK) ที่กึ่งกลางสนามไปให้ถึงเส้น 10 เมตรของฝ่ายที่ทำคะแนนได้
ถ้าฝ่ายเตะลูกเริ่มเล่น เตะลูกเข้าไปในเขตประตูของ ฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นไม่เอาลูกออกมาเล่นแล้วกดลูกในเขตประตูของตนเอง ให้ทำสกรัมที่กึ่งกลางสนาม ฝ่ายตรงข้าม เป็นฝ่ายใส่ลูกเข้าสกรัม

การได้เปรียบ ( Advantage )
กฏของการได้เปรียบจะเป็นส่วนหนึ่งของกติกาการแข่งขัน จุดประสงค์เพื่อให้การเล่นดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และเกมหยุดน้อยที่สุด แม้จะมีการละเมิด หรือกระทำผิดกติกา ถ้าทีมที่ไม่ได้กระทำผิดได้เปรียบผู้ตัดสินจะไม่เป่าหรือหยุดการเล่น
การได้เปรียบในการปฏิบัติ
ก. ผู้ตัดสินจะเป็นผู้ตัดสินว่าทีมได้เปรียบการเล่นหรือไม่ผู้ตัดสินต้องมีความรอบคอบเมื่อมีการตัดสินใจ
ข.การได้เปรียบในด้านเทคนิค หรือการได้เปรียบโอกาสในการเล่น
ค.การได้เปรียบแดน หมายถึง การได้พื้นที่
ง.การได้เปรียบเทคนิคการเล่น หมายถึง อิสระจากฝ่ายตรงข้ามในการเล่นลูกตามที่เขาต้องการที่จะให้การได้เปรียบเกิดขึ้น
เมื่อการได้เปรียบไม่เกิดขึ้น การได้เปรียบจะต้องชัดเจนและเป็นจริง ถ้าทีมที่ได้เปรียบแต่ไม่ได้เปรียบผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหยุดเกม และกลับมาเล่น ณ. จุดที่มีการกระทำผิด หรือละเมิดกติกา การได้เปรียบไม่ได้ถูกนำมาใช้เมื่อ
ก.โดนตัวผู้ตัดสิน การได้เปรียบจะไม่เกิดเมื่อลูกหรือผู้เล่นที่ถือลูกไปกระทบหรือโดนตัวผู้ตัดสิน
ข.ลูกออกจากช่องกึ่งกลางสกรัม
ค.สกรัมหมุน มากกว่า 90 องศา
ง.สกรัมแตก หรือยุบ ผู้ตัดสินต้องเป่านกหวีดทันที
จ.ผู้เล่นถูกดันยกขึ้นในการทำสกรัม ผู้ตัดสินต้องเป่านกหวีดทันที
เป่านกหวีดทันทีเมื่อไม่มีการได้เปรียบเกิดขึ้น
การละเมิดกติกามากกว่า 1 ครั้ง
ก.ถ้ามีการละเมิดกติกามากกว่า 1 ครั้ง โดยทีมเดิมผู้ตัดสินจะใช้กฏการได้เปรียบ
ข.ถ้าการได้เปรียบจากการละเมิดกติกาของทีมหนึ่งแล้วอีกทีมหนึ่งเกิดกระทำผิดตามมาผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดทันทีและใช้การกระทำผิดอันแรก

การได้คะแนน ( Method Of Scoring )
วางทรัยได้ 5 คะแนน เตะลูกเข้าประตูหลังจากวางทรัยแล้วได้อีก 2 คะแนน เรียกว่าได้ 1 ประตู
เตะลูกโทษ(PENETAL KICK)เข้าประตูได้ 3 คะแนน
เตะลูกพร้อม (DROP KICK) เข้าประตูได้ 3 คะแนน
(แต่การเตะลูกพร้อมจากลูกเตะกินเปล่า (FREE KICK) แม้จะเตะเข้าประตูก็ไม่ได้คะแนน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น